Photopeach

มาซิมา มาดูคนสวย on PhotoPeach

http://photopeach.com/public/swf/story.swf

ตอบคำถาม

1.CMS ย่อมาจากคำว่าอะไร มีชื่อที่แปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างไร
ตอบ CMS ย่อมาจากคำว่า Content Management System แปลเป็นภาษาไทยว่า  ระบบบริหารจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์

2.หน้าที่ของ CMS คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
ตอบ มีหน้าที่จัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ และมีประโยชน์คือเพื่อช่วยลดทรัพยากรในการพัฒนา(Development) และบริหาร(Management)เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมดูแลเว็บไซต์

3. CMS ที่มีชื่อเสียง นอกจาก Joomla แล้วมีอะไรอีก ให้บอกมา 3 ชื่อ
ตอบ 1.plone            2.Drupal 3. MODx
4.Joomla มีข้อดีแตกต่างจาก CMS ประเภทอื่นๆ อย่างไรบ้าง
ตอบมีระบบการจัดการเนื้อหาที่มีรูปแบบสากล การปรับแต่งหน้าตาของเว็บไซต์ทำได้ง่าย   เพราะ joomla ถูกออกแบบมาให้รองรับกับเทคโนโลยีการออกแบบเว็บไซต์สมัยใหม่ ไม่ ว่าจะเป็นการรองรับ Flash หรือ GIF Animation

5. Joomla เวอร์ชันล่าสุด คือเวอร์ชันอะไร
ตอบ รุ่น 1.5.22

6.Appserv คืออะไร มีหน้าที่และประโยชน์อย่างไร
ตอบ คือโปรแกรมที่รวบรวมเอา Open Source Software หลายๆ อย่างมารวมกัน จุดประสงค์หลักของการรวมรวบ Open Source Software เหล่านี้เพื่อทำให้การติดตั้งโปรแกรม  ต่างๆให้ง่ายขึ้น และเพื่อลดขั้นตอนการติดตั้งที่แสนจะยุ่งยากและใช้เวลานาน

7.ทำไมเราต้องใช้ Appserv ควบคู่ไปกับการทำเว็บด้วย Joomla
ตอบ เพราะโปรแกรม appserv เป็นโปรแกรมที่จะทำให้เครื่องคอมของเราเป็นเว็บเซิฟเวอร์ ได้อย่างง่าย

8.หาเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla มาให้ครูอย่างน้อย 3 เว็บ
ตอบ
1.www.SMF.com
2. www.tupl.ac.th
3.www.wordpress.com

Content Management System (CMS)

ความหมายของ Content Management System (CMS)

         ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์(Content Management System : CMS) คือ ระบบที่พัฒนา คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดทรัพยากรในการพัฒนา(Development) และบริหาร(Management)เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมดูแลไซต์
โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะนำเอา ภาษาสคริปต์(Script languages) ต่างๆมาใช้ เพื่อให้วิธีการทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น PHP, Perl, ASP, Python หรือภาษาอื่นๆ(แล้วแต่ความถนัดของผู้พัฒนา) ซึ่งมักต้องใช้ควบคู่กันกับโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์(เช่น Apache) และดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์

joomla เป็น CMS ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีระบบการจัดการเนื้อหาที่มีรูปแบบสากล การปรับแต่งหน้าตาของเว็บไซต์ทำได้ง่ายเพราะjoomlaถูกออกแบบมาให้รองรับกับเทคโนโลยีกาออกแบบเว็บไซต์ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ Flash หรือ GIF Animation นอกจากนี้คุณยังสามารถ Download templateได้อย่างมากมายมีทั้งแบบที่สามารถนำมาใช้งานได้ฟรี หรือหากต้องการ template ที่มีประสิทธิภาพ และมีความสวยงาม ก็สามารถหาซื้อมาใช้ได้ เพราะมีเว็บไซต์ที่ให้บริการจัดทำ template ของ joomla อยู่มากมาย จุดเด่นของ joomla อีกจุดหนึ่งก็คือมี Extension จำนวนมากให้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานสำหรับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของjoomlaคือhttp://www.joomla.orgป็นศูนย์รวมข่าวสารการUpdate joomla มีการ Update อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าการ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วย CMS joomla จะมีความปลอดภัย

 

บทที่ 7 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองาน

บทที่ 7
 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองาน

 

คำถามพัฒนากระบวนการคิด

 
1. เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะมีการใช้งานเหมือนหรือแตกต่างจากเครื่องฉายภาพทึบแสงอย่างไร
    ตอบ แตกต่าง เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะเป็นเครื่องฉายชนิดโปร่งแสง สามารถฉายภาพโปร่งแสงขนาดประมาณ10X10 นิ้วให้ขยายใหญ่กว่าได้โดยใช้ภาพโปร่งแสงหรือภาพซ้อนในการนำเสนองานเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะใช้เลนส์ที่มีโฟกัสระยะสั้นเครื่องฉายอื่นทำไม่ได้

 

2. อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศชนิดใดนิยมมากสุด เพราะเหตุใด
    ตอบ  โพรเจกเตอร์ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้นำเสนอข้อมูลต่างๆโดยรองรับสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในหน่วยงานราชการ สถานศึกษา สำนักงาน หรือบริษัทเอกชน

3. ถ้าต้องการนำเสนองานด้วยเครื่องฉายภาพทึบแสงนักเรียนต้องเตรียมตัวอย่างไร
      ตอบ เตรียมตัวและข้อมูลที่จะนำเสนอให้พร้อม

4. การนำเสนองานประเภทสาธิตการทำอาหารควรใช้ไมโครโฟนประเภทใด เพราะอะไร
     ตอบ ควรใช้ไมโครโฟนแบบบูม เพราะอยู่เหนือศีรษะผู้พูดเลื่อนตามผู้พูดได้ตลอด

5. ซอฟแวร์ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์สามารถนำเสนอกราฟที่สร้างจากซอฟแวร์ไมโครซอฟต์เอกเซลได้หรือไม่ อย่างไร
      ตอบ  ได้

6.ถ้าต้องการนำเสนองานในสถานที่ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์นักเรียนจะเลือกนำเสนองานโดยวิธีใด เพราะเหตุใด
  ตอบ  อาจจะนำเสนอผลงานโดยผ่านทางเครื่องฉายข้ามศีรษะเพราะไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสามารถฉายภาพโปร่งแสงขนาดประมาณ10X10 นิ้วให้ขยายใหญ่กว่าได้โดยใช้ภาพโปร่งแสงหรือภาพซ้อนในการนำเสนองานเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะใช้เลนส์ที่มีโฟกัสระยะสั้นเครื่องฉายอื่นทำไม่ได้

7. ข้อมูลที่เหมาะสมกับการนำเสนองานควรมีลักษณะอย่างไร
   ตอบ ข้อมูลที่นำเสนอทั้งภาพและเสียงจะต้องเป็นข้อมลที่ถูกต้อง ครบถ้วน น่าเชื่อถือ กระชับ ได้ใจความ มีหลักฐานอ้างอิงที่สมบูรณ์และมีความทันสมัย

8. เพราะเหตุใดต้องทำการวิเคราะห์ผู้ฟังก่อนเตรียมนำเสนองาน
     ตอบ  เพราะผู้นำเสนองานต้องวิเคราะห์ผู้ฟังว่ามีความรู้ในระดับใด เพศและวัยใด ทำงานในหน่วยงานใด เพื่อเลือกข้อมูลและรูปแบบได้เหมาะสมผู้ฟัง

9. ถ้าต้องการนำเสนอสไลด์การสร้างชิ้นงานควรเลือกคำสั่งใดเพื่อกำหนดรูปแบบสไลด์ในไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์
    ตอบ
สามารถทำได้หลายรูปแบบ
1. เลือกคำสั่ง File และ New
2. คลิก From AutoContent wizard
3. คลิกปุ่มคำสั่ง Next
4. คลิกเลือกหมวดของสไลด์
5. คลิกเลือกเรื่องการนำเสนอ
6.คลิกเลือกรูปแบบอุปกรณ์ที่จะนำเสนอ
7. คลิกปุ่มคำสั่ง Next
8. ใส่หัวเรื่อง
9. ใส่ข้อความ
10. คลิกเลือก วัน/เดือน/ ปี คลิกปุ่มคำสั่ง Next
11.คลิกปุ่มคำสั่ง Finish

10.ภาพเคลื่อนไหวที่สามารถนำมาใช้กับไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์ต้องมีลักษณะอย่างไร
    ตอบ ต้องเป็นไฟล์ประเภท AVI ,Quick Time, และ MPEG โดยมีนามสกุล .avi , .mov, .qt, .mpg, .mpeg
โดยบางไฟล์อาจมีเสียงใส่มาด้วยสำหรับภาพเคลื่อนไหวใน Clip Organizer ที่สามารถนำไปใช้กับสไลด์คือไฟล์ประเภท GIF

บทที่ 6 การติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลและความรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

     บทที่ 6  
     การติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลและความรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

คำถามพัฒนากระบวนการคิด

1. อินเตอร์ทำงานอย่างไร
   ตอบ เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันจำนวนมากเครือข่ายนี้เชื่อมเข้าหากันภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

2. เพราะเหตุใดอินเตอร์เน็ตจึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน
      ตอบ  เพราะเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกให้สามารถติดต่อถึงกันได้หมด ข้อมูลข่าวสารถึงกันได้อย่างรวดเร็วและบนอินเตอร์เน็ตก็มีบริการมากมายไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ไหน ใต้องเสียเวลาในการเดินทาง

3. ถ้าต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนักเรียนต้องทำอย่างไร
  ตอบ 1. ติดตั้งโมเด็มกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วต่อเข้ากับสายโทรศัพท์แล้วติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นเครื่องบริการแทน และซื้อชั่วโมงจากบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและถ้าต้องใช้มากกว่า 1เครื่องทำได้โดยการต่อฮับ
         2. ใช้สายเช่าความเร็วสูง (Lease line) พร้อมโมเด็มและเราท์เตอร์

4. การค้นหาข้อมูลวิธีใดดีที่สุด เพราะอะไร
    ตอบ การค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต เพราะค้นหาสะดวก รวดเร็ว มีข้อมูลความรู้ที่หลากหลายให้เลือกศึกษาและสามารถค้นหาได้หลายแบบ

5. การค้นหาข้อมูลให้ได้ผลลัพธ์รวดเร็วมีเทคนิคอย่างไร
      ตอบ  การค้นหาข้อมูลด้วยเว็บไซต์ทีมีโปรแกรมค้นหาช่วยให้ขอบข่ายการค้นหาแคบลงสามารถค้นหารง่ายและเร็วเทคนิคคือ

                      1. บีบประเด็นให้แคบลง หัวเรื่องที่ต้องการค้นหาต้องทำให้แคบลง
                      2. การใช้คำที่ใกล้เคียง ควรใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำที่ค้นหา
                      3. การใช้คำหลัก (Keyword) เป็นการใช้คำหรือข้อความที่จะทำให้คิดถึงเว็บไซต์นั้น
                     4. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข พยายามหลีกเลี่ยงการค้นหาคำเดี่ยวๆหรือเป็นคำตัวเลข ถ้าเลี่ยงไม่ได้   ให้ใส่เครื่องหมายคำพูดลงไป
                     5. ใช้เครื่องหมายบวกและลบในการหาข้อมูล

6. ถ้าต้องการค้นหาบทความที่มีคนเขียนไว้เพื่อเผยแพร่นักเรียนจะเลือกคลิกที่คำสั่งใด
            ตอบ   บล็อก

7. เพราะเหตุใดทุกคนจึงต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเตอร์เน็ต
           ตอบ  เพราะผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกคนเป็นสมาชิกเครือข่ายต้องรู้จักแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นที่เข้าไปใช้บริการบนเครือข่ายเดียวกัน เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเป็นระเบียบ

8. การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตควรปฏิบัติตนอย่างไร
      ตอบ ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการสนทนาด้วยเท่านั้นหากคู่สนทนาไม่ประสงค์จะคุยด้วยควรยุติการสนทนา นอกจากนี้ควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพไม่ละเมิดเรื่องส่วนตัว

9. การคัดลอกผลงานผู้อื่นบนอินเตอร์เน็ตมีผลเสียอย่างไร
      ตอบ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา และเราจะไม่ได้ความรู้และไม่เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน

10. นักเรียนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ผู้อื่นใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมได้อย่างไรบ้าง
       ตอบ ทุกคนต้องเรียนรู้เข้าใจข้อบังคับของเครือข่ายนั้นรู้จักแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้ร่วมใช้บริการทางอินเตอร์เน็ต

 

 

 

Turing machine

องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

1.หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
              การทำงานของคอมพิวเตอร์เริ่มจากการป้อนข้อมูลผ่านเข้าทางหน่วยรับเข้าซึ่งข้อมูลที่ป้อนเข้าไปจะแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าในรูปของตัวเลขในระบบตัวเลขฐานสอง
             จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผลกลางเพื่อประมวลคำสั่งผลลัพธ์จะถูกส่งไปยังหน่วยความจำหลักประเภทแรม ในขณะเดียวกันก็อาจมีคำสั่งให้นำผลลัพธ์จากการประมวลผลไปแสดงยังหน่วยส่งออกได้ด้วย โดยการส่งผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลไปยังหน่วยข้อมูลต่างๆภายในคอมพิวเตอร์จะผ่านทางระบบบัส

2.องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
    – หน่วยรับเข้า
   – หน่วยส่งออก
   – หน่วยประมวลผลกลาง
   –  หน่วยความจำหลัก
   – หน่วยความจำรอง
   1. หน่วยรับเข้า
  เป็นอุปกรณ์ที่นำข้อมูลหรือโปรแกรมเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจำหลักและใช้ในการประมวลผล เช่น แป้นพิมพ์  เมาส์ เป็นต้น
   2. หน่วยส่งออก
  แสดงผลข้อมูลที่ได้รับการประมวลแล้ว เช่น ลำโพง จอแบน จอนูน
   3. หน่วยประมวลผลกลาง
  – เรียกอีกอย่างว่า ซีพียู (Central Processing Unit : CPU)
  – ชิพเรียกอีกอย่างว่า ไมโครโพรเซสเซอร์
  หน่วยประมวลผลกลางแบ่งเป็น2หน่วย
 1. หน่วยควบคุม ทำหน้าที่ในการควบคุมลำดับการทำงานภายในหน่วยประมวลผลกลางระหว่างประมวลผล
 2. หน่วยคำนวณและตรรกะ ทำหน้าที่นำข้อมูลซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบตัวเลขฐานสองมาประมวลผลทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์
4. หน่วยความจำหลัก
   มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลและโปรแกรมที่จะให้ซีพียูเรียกไปใช้งาน มี 2ประเภท
1. แรม (Random Access Memory: RAM) เป็นหน่วยความจำที่เก็บข้อมูลทั่วไป
-การอ้างอิงตำแหน่งที่อยู่ของข้อมูลใดๆเพื่อการเขียนและการอ่านเข้าถึงโดยการสุ่ม
-หน่วยความจำประเภทนี้จะเก็บข้อมูลไว้ตราบเท่าที่มีกระแสไฟฟ้ายังจ่ายให้วงจรหากไฟดับข้อมูลจะสูญหายทันที
2. รอม (Read Only Memory: ROM) เป็นหน่วยความจำอีกประเภทที่มีการอ้างอิงตำแหน่งข้อมูลแบบสุ่ม
– เป็นหน่วยความจำที่เอาไว้บรรจุโปรแกรม
– ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เก็บไว้ในรอมจะถูกบันทึกมาก่อนแล้วผู้ใช้สามารถอ่านข้อมูลได้แต่ไม่สามารถเขียนได้
– ข้อมูลหรือโปรแกรมที่อยู่ในรอมจะอยู่อย่างถาวร

5. หน่วยความจำสำรอง
 -แรมเป็นหน่วยความจำหลักสำหรับเก็บข้อมูลเหล่านี้จะถูกลบไปถ้าปิดเครื่อง
 -จึงต้องมีหน่วยความจำสำรองเพื่อใช้เก็บข้อมูลที่ต้องการใช้งานต่อเช่น ดิสก์

คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์
   ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 5 ประเภท
 1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
 3. มินิคอมพิวเตอร์
 4. ไมโครคอมพิวเตอร์
 5. คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
 

1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
  มีความเร็วในการประมวลผลสูง
 – มีราคาแพงมาก
 – มีขนาดใหญ่
  – สามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้หลายแสนล้านครั้งต่อวินาที
  -ใช้แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์และทางวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว
  -พยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นระยะเวลาหลายวัน

  -วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม
  -งานจำลองที่ซับซ้อนมากๆ

2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
-มีสมรรถนะในการทำงานสูงแต่ไม่เน้นในการคำนวณ
-มีความเร็วสูง
-ให้บริการผู้ใช้จำนวนหลายๆร้อยคนพร้อมกัน
-นิยมใช้ในองค์กรใหญ่ๆ

3. มินิคอมพิวเตอร์
 เหมาะสำหรับในองค์กรขนาดกลางที่ให้บริการข้อมูลแก่เครื่องลูกข่ายเช่น โรงแรม โรงพยาบาล
 

4. ไมโครคอมพิวเตอร์
  -ได้รับความนิยมสูงสุด
  -มีประสิทธิภาพสูงและราคาไม่แพง
  -เหมาะสำหรับใช้ส่วนตัว
5. คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
  -สามารถจัดเก็บข้อมูลประจำวันได้
 – สร้างปฏิทิน บันทึกเตือนความจำ เล่นเกม ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง
    และรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  -ปัจจุบัน เช่น ไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ พีดีเอ ปาล์มท็อป

  

 อุปกรณ์ต่อพ่วง


   อุปกรณ์ต่อพ่วง หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ของหน่วยประมวลผลกลางและประกอบเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน
 1. แผงแป้นอักขระ เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจากการกดแป้นแล้วทำการเปลี่ยนรหัสและส่งไปยังคอมพิวเตอร์ประมวลผล
 2. เมาส์ เป็นอุปกรณ์ประเภทตัวชี้ที่รับข้อมูลจากการกดปุ่มบนตัวเมาส์ทำหน้าที่คลิกปุ่มคำสั่งและเลือกรายการ แบ่งเป็น 2 ประเภท
2.1 เมาส์ทางกล
2.2 เมาส์ใช้แสง
3.อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่ออกแบบให้สามารถติดอยู่กับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้เลย มี 3 ประเภท
3.1 ลูกกลมควบคุม
3.2 แท่งชี้ควบคุม
3.3 แผ่นรองสัมผัส
4. ก้านควบคุม มีลักษณะเป็นก้านที่โผล่มาจากกล่องผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนจอภาพ นิยมใช้เล่นเกม
5. จอสัมผัส
เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่รับข้อมูลจากการสัมผัสบนหน้าจอ
-เมื่อมีการเลือก ตำแหน่งที่ถูกเลือกจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังซอฟแวร์ที่แปลคำสั่งให้คอมพิวเตอร์
-ซอฟแวร์ที่ใช้กับจอสัมผัสจะเป็นซอฟแวร์ที่เขียนขึ้นโดยเฉพาะ
-ปัจจุบันจะพบจอสัมผัสได้ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ เกมในห้างสรรพสินค้า

6. อุปกรณ์รับเข้าแบบกราดตรวจ ที่นิยมมีอยู่ 3 ประเภท
6.1 เครื่องอ่านรหัสแท่ง
6.2 เครื่องกราดตรวจหรือสแกนเนอร์
6.3 เครื่องดิจิทัล
7. เว็บแคม (Web cam ย่อมาจาก Web Camera) เป็นอุปกรณ์รับเข้าประเภทกล้องวีดีโอที่สามารถบันทึกและถ่ายทอดภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านระบบเว็บไซต์หรือโปรแกรมแล้วส่งต่อไปปรากฏในจอภาพ
8. จอภาพ มี 2 ประเภทได้แก่
8.1 จอภาพแบบซีอาร์ที
8.2 จอภาพแบบแอลซีดี
9. ลำโพง เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลเป็นข้อมูลเสียงโดยต้องงานคู่กับการ์ดเสียงซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่บนแผงวงจรหลักในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลให้เป็นอะนาลอกแล้ส่งไปยังลำโพง
10. หูฟัง เป็นอุปกรณ์ส่งออกที่ใช้สำหรับฟังเพลงและฟังเสียงจากคอมพิวเตอร์โดยทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าเป็นเสียงให้เราได้ยิน
11. เครื่องพิมพ์ เป็นอุปกรณ์ส่งออกที่แสดงผลงานบนกระดาษเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในปัจจุบัน
11.1 เครื่องพิมพ์แบบจุด
11.2เครื่องพิมพ์เลเซอร์                                                                                                       
11.3 เครื่องพิมพ์แบบหมึกฉีด
11.4 พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่ใช้ความเที่ยงตรงมีความละเอียดที่ถูกต้องสูง สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษที่มีขนาดใหญ่ได้
12. โมเด็ม เป็นอุปกรณ์แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆได้